การบ้านข้อ 9
การบ้านข้อ 12
วันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
วันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
งาน Project managerment 20 / 11 /2011
คำถามคือ
คำถามที่ 1 เอกสาร power point หน้า 13 มีกี่เส้นทาง ที่เป็นไปได้ และเส้นทางใดเป็น critical path พร้อมบอกระยะเวลาที่วิกฤต
จากรูปภาพ เราสามราถ กำหนดได้ 3 เส้นทาง ดั่งต่วไปนี้
A - D - I =ใช้ระยะเวลา 0+3+8+6 = 17
B - E - G - J =ใช้ระยะเวลา 0+5+5+4+4 = 18
C - F - H - J = ใช้ระยะเวลา 0+7+5+5+4= 21
ดังนั้น เส้นทางที่เป็น Critical Path คือ C - F - H - J ระยะเวลาที่วิกฤติคือ 21
คำถามที่ 2 ท่านสามราถกำหนดข้อแตกต่างกะนระหว่าง CPM กับ PERT ได้ดั่งนี้
เทคนิคการควบคุมโครงการโดย PERT
PERT เป็นคำย่อของคำว่า Program evaluation
and review technique เป็นเทคนิควิธีการวาง แผนและการควบคุมแผนซึ่งมีความซับซ้อน
โดยแสดงถึงข่ายของงาน ที่ประกอบด้วยเหตุการณ์ และกิจกรรม กับเวลาโดยประมาณ
เพื่อคำนวณหาเวลาที่คาดหวังของกิจกรรมแต่ละ
กิจกรรมจะแล้วเสร็จ (ประชุม, 2547)
กิจกรรมจะแล้วเสร็จ (ประชุม, 2547)
กิจกรรมจำนวนมากได้ จึงได้มีการพัฒนาข่ายการปฏิบัติงานของ PERT ขึ้น โดยการสร้าง
เครือข่ายปฏิบัติงานของ PERT มีองค์ประกอบที่สำคัญดังนี้คือ
• เหตุการณ์ (Events) หรือฐานกิจกรรม (Node) หมายถึง จุดเริ่มต้นหรือสิ้นสุดของแต่ละกิจกรรม ซึ่งจะไม่ใช้เวลาหรือทรัพยากรใดๆ โดยปกติจะแทนด้วยวงกลม
• กิจกรรม (Activity) หมายถึง งานต่างๆ ในโครงการที่ต้องทำให้บรรลุในช่วงเวลา
หนึ่ง โดยกิจกรรมจะมีเหตุการณ์ที่เป็นจุดเริ่มต้นและเหตุการณ์ที่เป็นจุดสิ้นสุด
โดยใช้ลูกศร ( ) เป็นตัวเชื่อมกิจกรรมระหว่างเหตุการณ์เริ่มต้นและเหตุการณ์สิ้นสุด
• กิจกรรมหุ่น (Dummy activity) หมายถึง กิจกรรมที่กำหนดขึ้นเพื่อแสดงความ
เชื่อมโยงกิจกรรมที่ไม่ต้องใช้เวลาและทรัพยากร โดยใช้ลูกศรเส้นประเป็นตัวเชื่อมกิจกรรม
เทคนิคการควบคุมโครงการที่ได้รับการพัฒนาใกล้เคียงกับ PERT คือ CPM ซึ่งย่อมาจาก
critical path method เป็นเทคนิคที่ช่วยให้ผู้บริหารควบคุมโครงการโดยใช้เวลาให้สั้นที่สุดในการ
ดำเนินโครงการ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อประหยัดงบประมาณในการดำเนินโครงการเป็นสำคัญ
ข้อแตกต่างระหว่าง PERT และ CPM
Pert คีอ
1. มักใช้กับโครงการใหม่ๆที่ยังไม่เคยทำมาก่อน2. มักใช้กับโครงการวิจัยและพัฒนา
3. มักคำนึงถึงเวลาเป็นสำคัญพยายามหาวิธีการ
ที่ใช้เวลาน้อยที่สุดในการดำเนินโครงการ
CMP คือ
1.ใช้กับโครงการที่เคยทำมาแล้วและทราบเวลาที่ใช้ในการทำ
กิจกรรมแต่ละกิจกรรมที่แน่นอน
2. มักใช้กับโครงการธุรกิจ
3.มองเรื่องเงินเป็นหลักเนื่องจากต้องการเส้นทางที่ประหยัด
งบประมาณที่สุด
กิจกรรมแต่ละกิจกรรมที่แน่นอน
2. มักใช้กับโครงการธุรกิจ
3.มองเรื่องเงินเป็นหลักเนื่องจากต้องการเส้นทางที่ประหยัด
งบประมาณที่สุด
วันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554
เขียนโครงการเกี่ยวกับ IT โดยเขียนตามหลักการของ SMART
โครงการพัฒนาจัดการเอกสารและควบคุมการทำงานของกระทรวงการต่างประเทศลาว
1.ชื่อโครงการ
โครงการพัฒนาจัดการเอกสารและควบคุมการทำงานของกระทรวงการต่างประเทศลาว
2.ผู้รับผิดชอบโครงการ
- รัฐมนตรีว่าการช่วยเป็นผู้รับผิดชอบ
- หัวหน้าโครงการกระทรวงเป็นผู้ควบคุมโครงการ
- หัวหน้าแผนกไอซีที
เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการ
- บริษัทเอกชนที่มีความรู้ทางด้านเทคโนโลยีและจำหน่ายทางด้านอุปกรณ์ดำเนินงานของโครงการ
3. หลักการและเหตุผล
สร้างให้พนักงานรับทราบและรับรู้ทางด้านเทคโนโลยีให้ดีขึ้น และเป็นการท้าทายอย่างยิ่ง
เพราะจะมีการลงมือระหว่างอาเซียนเข้ามาในการดำเนินงานภายในประเทศและต่างประเทศ ให้มีการจัดการข้อมูลและเอกสารเป็นศูนย์ดำเนินงานที่เดียว
ซึ่ง จะรับเอกสารของการดำเนินงานตามสถานทูตต่างๆ และตามจังหวัด เช่น
เอกสารการเบิกจ่าย เอกสารการเดินทาง เป็นต้น จัดการระดับข้อมูลและมีผู้รับผิดชอบตามระดับของหน่วยงาน
และตามระดับความสำคัญของเอกสาร มีผู้รับอนุมัติในการเผยแพร่เอกสาร
4.
วัตถุประสงค์
ต้องการจัดระดับการแจกจ่ายเอกสาร และประหยัดค่าใช้จ่าย พร้อมทังสามารถควบคุมและเก็บรวบรวมข้อมูลเอกสาร ทำให้ระบบการทำงานภายในได้รวดเร็วและสอดคล้องกับในการทำงานมากขึ้น ทำให้รับรู้และทราบถึงการทำงานของพนักงานแต่ละท่าน เพราะเป็นระบบรวบรวมข้อมูลการทำงานของพนักงาน
เพื่อให้ทราบถึงข้อมูลประวัติการทำงานของพนักงาน
5.
เป้าหมาย
- หลักการทำงานของระบบดังกล่าวต้องก่อนปี
พ.ศ. 2558 เพราะได้มีการทำงานเป็นระบบอาเซียน
- งบประมาณเป็นของภาครัฐ และ
บริษัทเอกชนเป็นผู้ช่วยดำเนินงาน
-
ต้องมีความปลอดภัย และเป็นที่รับทราบของกระทรวงกลาโหม
เกี่ยวกับโครงการดังกล่าว และกรวงการคลังเป็นผู้เบิกจ่ายงบประมาณโครงการ
6.วิธีการดำเนินการ
- รับพนักงานที่มีความรู้ทางด้านเทคโนโลยีและบริษัทที่มีความรู้ทางด้านนี้โดยเฉพาะเข้ามาดำเนินงาน
- รับพนักงานที่มีความรู้ทางด้านเทคโนโลยีและบริษัทที่มีความรู้ทางด้านนี้โดยเฉพาะเข้ามาดำเนินงาน
- มีการรายงานความก้าวหน้าทุกๆอาทิตย์
หรือสิ่งที่มีความจำเป็นต้องมีการรายงานอย่างเร่งด่วน
- สรุปปัญหาและสิ่งที่ค้างคา เพื่อรายงานต่อท่านรัฐมนตรีในการแก้ไขปัญหาและให้คำแนะนำแต่ละครั้งที่มีปัญหา
- ต้องมีการอนุมัติอย่างเที่ยงธรรม
7.ระยะเวลาดำเนินการ
7.ระยะเวลาดำเนินการ
โครงการพัฒนาจัดการเอกสารและควบคุมการทำงานของกระทรวงการต่างประเทศลาว
จะเริ่มให้เสร็จและดำเนินในปี 2556
8. ผลที่คาดว่าจะได้รับ
ให้ระบุผลที่จะเกิดขึ้นในระยะยาวหรือผลที่จะเกิดขึ้นถ้าโครงการบรรลุวัตถุประสงค์แล้ว
9.แผนการทำงาน
ให้ระบุผลที่จะเกิดขึ้นในระยะยาวหรือผลที่จะเกิดขึ้นถ้าโครงการบรรลุวัตถุประสงค์แล้ว
9.แผนการทำงาน
(นาย ต๋องคำ พรเทวา )
ผู้เขียนโครงการ
(.....................................................)
ผู้เสนอโครงการ
(..................................................)
ผู้เห็นชอบโครงการ
(.....................................................)
ผู้อนุมัติโครงการ
สรุปการบรรยายของ ท่านองคมนตรีเกษม วัฒนชัย
ท่านองคมนตรีเกษม วัฒนชัย ได้กล่าวถึงเรื่องการทำ “โครงการ” ว่าหากจะทำงานให้ประสบความสำเร็จบรรลุตามเป้าหมายนั้นจะต้องมี “จุดหมาย” ดังนั้นการบริหารจัดการกระบวนงานหรือโครงการให้บรรลุเป้าหมายนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก
ทั้งนี้จะต้องมีการประเมินผล และการกำหนดระยะเวลาของโครงการ
มีการกำหนดเป้าหมายของโครงการให้มีความชัดเจน ต้องรู้จักร่วมมือกันในการทำงาน มีความรักในการทำงาน
และต้องทำงานด้วยความสามัคคี เพราะสิ่งนี้จะเป็นปัจจัยหลักในการทำงานเป็นหมู่คณะ
ให้ไปสู่ความสำเร็จต่อไป
วันเสาร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2554
คลังบทความ 3 เรื่อง
กรณีศึกษาที่น่าสนใจเกี่ยวกับระบบสารสนเทศ
องค์การที่ 9 เป็นธนาคารพาณิชย์ เพราะเป็นระบบที่เหมาะสมกับงานในระบบสารสนเทศ ทัง 7 ประการ
- เทคโนโลยีสารสนเทศจะทำให้เกิดการรวมหรือการกระจายอำนาจในองค์การ
- เทคโนโลยี สารสนเทศจะทำให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถเข้าถึงสารสนเทศหรือเทคโนโลยีสารสนเทศทำ ให้ระดับบริหารสามารถควบคุมการไหลของสารสนเทศได้มากขึ้น
- เทคโนโลยีสารสนเทศจะเพิ่มหรือลดบทบาทของผู้บริหารระดับกลางในการสรุปและกลั่นกรองสารสนเทศขึ้นลงในระดับบังคับบัญชา
- เทคโนโลยีสารสนเทศจะเพิ่มหรือลดโอกาสที่พนักงานจะได้มีส่วนร่วม
- เทคโนโลยีสารสนเทศจะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์การหรือให้โครงสร้างองค์การที่เป็นอยู่คงเดิมต่อไป
- เทคโนโลยีสารสนเทศจะจำกัดหรือเพิ่มความพอใจในงาน
- เทคโนโลยีสารสนเทศใช้เงินทุนหรือทำให้เงินทุนถูกใช้ให้เป็นประโยชน์
ฉะนั้น องค์การที่ 9 เป็นธนาคารพานิชย์ที่ไม่มีการเปลี่ยนในระดับทางผู้บริหาร แต่ให้ผู้บริหารสามารถรับผิดชอบและควบคุมการงาน ได้เพิ่มขึ้นเพราะในองค์การดังกล่าวนี้ เหมาะสมในระบบสารสนเทศที่มีการแบ่งปันและให้ทิศทางแก่พนักงานทั่วไป สามารถขึ้นไปเป็นในระดับผู้บริหารงานได้ เพราะไม่มีแต่ผู้บริหารงานเท่านั้น ที่สามารถดูแลงานและปฏิบัติงานของตนได้อย่างทั่วถึง และรับประกันงานได้อย่างเหมาะสม จึงเป็นเหตุผลที่ให้พนักงานทั่วไปหรือผู้บริหารงานสามารถนำงานตัวเองมาเป็นจุดเด่นและเผยแพร่ได้ ซึ่งจะกลายเป็นผลบวกและลบในการทำงานของพนักงาน ว่าทำงานได้ดีหรือไม่ดี มากน้อยเพียงใด นี่จึงกลายสารสนเทศ ที่มีการกระจายงานและอำนาจในการบริหารงานได้อย่างทั่วถึง
โครงการด้านระบบสารสนเทศที่อาจจะสนองพระราชดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ
การพัฒนาหรือปรับปรุงระบบสารสนเทศเป็นอย่างแบบใดอย่างไรบ้าง ในขอบเขดการศืกษา
“ข้าพเจ้าเคยเปิดพบ Websites ของ ห้องสมุดประชาชนในต่างประเทศที่เป็นเวทีให้เด็กทำแบบนี้ ให้เด็กคนหนึ่งเขียนความคิดเห็นของตนลงไป เพื่อเล่าให้เด็กอื่นๆที่เปิดดูทราบว่า เขามีความคิดต่อหนังสือเล่มนี้อย่างไร ในลักษณะการอ่านเป็นรากฐานสำคัญของการใช้สื่ออื่นๆ ต่อไป”
“ความรู้ทาง internet ได้ด้วย ครูจึงน่าจะไปตรวจดูก่อนว่า เรื่องที่จะกำหนดในแผนให้พูดในชั้นเรียนนั้นจะมี websites อะไรบ้างที่จะส่งเสริมการสนทนาในชั่วโมงนั้นต้องตั้งข้อสังเกตได้ว่า websites นั้นเป็นอย่างไร เพราะในเรื่องเดียวกันจะมีหลาย websites จะมีข้อเด่นข้อด้อยต่างกันออกไป”
ดั่งที่กล่าวมาแล้วนั้นในระบบสารสนเทศ มีหลายระดับ มีหลายประเภทของเว็ปไซต์ ที่มีเนื้อหาและจุดแตกต่างกันออกไป แต่ละหน้าที่ซึ่งระบุไว้ว่า เว็ปไซต์แต่ละเว็ปไซต์ เหมาะสมสำหรับการเรียนรู้ การทำงาน การเผยแพร่ข้อมูลในระดับใดบ้าง
ในส่วนนี้ผมคิดว่า ในระบบสารสนเทศ หากจะต้องมีการจ่ายแยก ว่าเว็ปไซต์ใดที่นักเรียนนักศึกษา ข้าราชการและบุคคลทั่วไปเข้าถึงได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้ประโยชน์อย่างแท้จริง ส่วนทางในตัวมหาวิทยาลัย โรงเรียน สำนักงานทั่วไป ก็ควรมีการกำหนดว่า เว็ปไซต์ใดบ้างที่จะเข้าทั่วถึง และสามารถเปิดดูได้ในองค์การนั้นๆ
เด็กนักเรียนประถม มัธยม ทั่วไป ควรจะมีการกำหนดว่าในตัวโรงเรียนเอง ควรจะนำเอาเว็ปไซต์ใดบ้างที่จะมาเ ผยแพร่ให้กับเด็กนักเรียน ได้เรียนรู้และศึกษา เพราะในเว็ปไซต์ทั่วไป มันอาจจะมีข้อมูล คำพูด หรือรูปภาพที่ไม่เหมาะสม เพราะ เว็ปไซต์เหล่านั้นอาจจะสร้างจินตาการมากเกินไปให้กับเด็กนักเรียน เพราะเวลาที่นักเรียนเหล่านั้นเห็นสื่อที่ไม่เหมาะสมดังกล่าว จะเกิดจินตนาการที่สูงเกินไป และนำปฏิบัติในสิ่งที่ไม่เหมาะสมเกินวัยอันควร จนเกิดปัญหาแก่สังคมและตัวเด็กนักเรียนเอง พร้อมกันนั้นทางด้านสื่อการศึกษา ก็จะเกิดความคิดอยากเรียนรู้และฝึกฝนตัวเองมากเกินไปจนเกิดปัญหาไม่อยากไปโรงเรียน เพราะทางโรงเรียนมีหลักสูตรการฝึกสอนที่ตัวเองรู้แล้วและไม่อยากไปเรียน
ส่วนวัยรุ่น หรือผู้ที่มีอายุเกิน 18 ปีขึ้นไป ถึงแม้ว่าจะเข้าได้ถึงระบบสารสนเทศได้ทุกรูปแบบก็ตามแต่ควรมีการกำหนดว่าเว็ปไซต์ใดบ้างที่ข้าราชการหรือบุคคลทั่วไปเข้าได้อย่างทั่วถึง เช่นบางครั้งเว็ปไซต์พวกแอนนิเมชั่น, download, upload หรือเว็ปไซต์พวก social ต่างๆ มันอาจจะเกิดปัญหาให้แก่การทำงานของข้าราชการหรือเด็กมหาวัทยาลัยทั่วไปได้
โครงการที่ตอบสนองนโยบายรัฐบาล ด้านระบบสารสนเทศ
E-Service ควรจะเป็น ระบบสารสนเทศที่ให้ความเข้าใจในแต่ละปัญหาและสามารถเผยแพร่ให้บุคคลทั่วไป หรือพนักงานที่ทำหน้าที่นั้นๆ ได้รับทราบและเข้าถึงข้อมูล ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสมือนกับเป็นคู่มือในการทำงาน และประสานงานกับระบบต่างๆ ใน ระบบ E-Service
Web Service ควรจะเป็นเว็ปที่ให้ความเข้าใจและสามารถทำความเข้าใจและปฏิบัติได้จริง เช่น ในระบบ GIS ก็ควรมีการสามารถค้นหา ระบุข้อมูล หรือ สถานที่ที่ท่านต้องการได้อย่างแท้จริง
Front and Back Office คือ ควรมีการจัดตั้งระบบ พนักงาน เข้ามาดูแลและประสานงาน ในระบบ e-service และ web service พร้อมทั้งมีการปรับปรุงในแต่ละระยะเวลาที่มีการอัพเดทข้อมูล หรือข่าวสารต่างๆ ในตัวของ web service ดังนั้น Front and Back Office จึงเหมือนกับสำนังาน หรือองค์การที่รับผิดชอบเกี่ยวกับงานนั้น
วิจารณ์ระบบศูนย์ข้อมูลกลางทางวัฒนธรรม
ระบบดั่งก่าวเป็นระบบที่สร้างขื้น เพื่อให้ความรู้ทางด้านวัฒนธรรมแก่บุกคน ได้เข้ามาเพื่อช็อกแสวงหาข้อมูลในด้านต่างๆเกียวกับประเพนิ วัฒนธรรม ความรู้พื้นบ้าน และ สี่งที่น่าสนใจต่างๆทางวัฒนธรรม
ฉะนั้น ในการลงทะเบียนเบี้องต้น ก่อนจะก้าวเข้าไปสู่การใช้งานในระบบของ web-site ดั่งก้าวมานั้น ควรมาการกำนด ตั่งแต่ขั้นแรกคือ
+ การละบุบของหม่วยงานก็ต้องได้ละบุบวย่างชัดเจน เพราะเราสามาดรับรู้ และวิจัยได้บางว่ามีห่มวยงานใด เข้ามาใช้งานและนำไปวิจัยบลาง เพื่อจะได้นำเอาสี่งเหล่านั้นไปทำการปับปรุง ของ web-site ดั่งได้ก้าวได้ดี ยี่งขื้น เชั่น ข้าราชการ บุคคนทั่วไป นักศืกษา นักเรียน เป็นต้น
+ ประการหมื่งควรมีการกำหนดอายุไว้รุ้มเข้ามาให้ความสนใจมารกน้อยเพียงใด ในwebsite ดั่งก่าว
+ พ้รอมกันนั้น ควรมีอีกวย่างหมื่งคือ ท่านต้องการรับข่าวสานจากทาง website นี้หรีอไม่ หากต้องการก็ต้องมีการเลือกด้วยว่าต้องการประเภทใดบ้าง
1. ข้อมูลทั่วไป คือมีอะไรมาใหม่บาง สี่งใดที่น่าสนใจ
2. เลื่องวัฒนธรรมของแต่ละภาก ของไทยเราเขั่น ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคอีสาน ภาคเหนือ
3.รูบภาพทางวัฒนธรรมที่ update ขื้นมาใหม่
+ ส่วนในตัวของ website เองก็ควรมีหัวข้อของใน website เพี่มขื้นมา อีกเชั่น
- กะทู้เรื่องที่น่าประทับใจ คือเรื่องที่น่าติดตามชม และเนื้อหา ที่น่าสนใดบาง
-กะทู้ที่สามารคนำมาวิใจ และวิเคราะไปใช้งานทางวัฒนธรรมได้ คือ บทความนี้เป็นบทเรื้องที่สามารคนำมาวิจัย
และมีเหตุผล เพื่อที่จะให้ง่ายในการค้นหางานต่างๆได้ โดยไม่ต้องไป search ในระบบให้ยุ่งยาก มากเกินไป
-กะทู้วัฒนธรรมในสมัยเก่า
+ควรมีบรรณาธิการข่าว เพื่อช่วยแก้ไข และอนุยาดว่า ข่าว หรือ เนื้อหาใดบางไม่เหมาะ พร้อมกับแจ้งไปยัง สำมาชิกที่ต้องการ post ว่าข่าวสานของท่าน post ใน webdite นี้ไม่ได้เพราะ เนื้อหาไม่เหมาะสม
+ ควรกำนดสิดของสมาชิกควร post ข่าว หรีอ เนื้อหาได้มากน้อยเพียงใด เพราะ บางบทความควรไม่ยาวมากเกีนไป
สรูปลวมแล้วสี่งใดก็ดี ในทางด้านวัฒนธรรม แต่ควรคำนืกถีงข้อเท็จจริง เกียวกับวัฒธรรมนั้น เพื่อไม่ให้วัฒธรรมแต่ คาวดั่งเดีมต้องสูญหายไป วย่างที่ไม่มีรู้ต้นปลาย สาเหตุได้ เราทุกคนควรพร้วมใจกันรักษาไว้ให้ถีงลูกหลาน ในรุ่นต่อๆไป
ฉะนั้น ในการลงทะเบียนเบี้องต้น ก่อนจะก้าวเข้าไปสู่การใช้งานในระบบของ web-site ดั่งก้าวมานั้น ควรมาการกำนด ตั่งแต่ขั้นแรกคือ
+ การละบุบของหม่วยงานก็ต้องได้ละบุบวย่างชัดเจน เพราะเราสามาดรับรู้ และวิจัยได้บางว่ามีห่มวยงานใด เข้ามาใช้งานและนำไปวิจัยบลาง เพื่อจะได้นำเอาสี่งเหล่านั้นไปทำการปับปรุง ของ web-site ดั่งได้ก้าวได้ดี ยี่งขื้น เชั่น ข้าราชการ บุคคนทั่วไป นักศืกษา นักเรียน เป็นต้น
+ ประการหมื่งควรมีการกำหนดอายุไว้รุ้มเข้ามาให้ความสนใจมารกน้อยเพียงใด ในwebsite ดั่งก่าว
+ พ้รอมกันนั้น ควรมีอีกวย่างหมื่งคือ ท่านต้องการรับข่าวสานจากทาง website นี้หรีอไม่ หากต้องการก็ต้องมีการเลือกด้วยว่าต้องการประเภทใดบ้าง
1. ข้อมูลทั่วไป คือมีอะไรมาใหม่บาง สี่งใดที่น่าสนใจ
2. เลื่องวัฒนธรรมของแต่ละภาก ของไทยเราเขั่น ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคอีสาน ภาคเหนือ
3.รูบภาพทางวัฒนธรรมที่ update ขื้นมาใหม่
+ ส่วนในตัวของ website เองก็ควรมีหัวข้อของใน website เพี่มขื้นมา อีกเชั่น
- กะทู้เรื่องที่น่าประทับใจ คือเรื่องที่น่าติดตามชม และเนื้อหา ที่น่าสนใดบาง
-กะทู้ที่สามารคนำมาวิใจ และวิเคราะไปใช้งานทางวัฒนธรรมได้ คือ บทความนี้เป็นบทเรื้องที่สามารคนำมาวิจัย
และมีเหตุผล เพื่อที่จะให้ง่ายในการค้นหางานต่างๆได้ โดยไม่ต้องไป search ในระบบให้ยุ่งยาก มากเกินไป
-กะทู้วัฒนธรรมในสมัยเก่า
+ควรมีบรรณาธิการข่าว เพื่อช่วยแก้ไข และอนุยาดว่า ข่าว หรือ เนื้อหาใดบางไม่เหมาะ พร้อมกับแจ้งไปยัง สำมาชิกที่ต้องการ post ว่าข่าวสานของท่าน post ใน webdite นี้ไม่ได้เพราะ เนื้อหาไม่เหมาะสม
+ ควรกำนดสิดของสมาชิกควร post ข่าว หรีอ เนื้อหาได้มากน้อยเพียงใด เพราะ บางบทความควรไม่ยาวมากเกีนไป
สรูปลวมแล้วสี่งใดก็ดี ในทางด้านวัฒนธรรม แต่ควรคำนืกถีงข้อเท็จจริง เกียวกับวัฒธรรมนั้น เพื่อไม่ให้วัฒธรรมแต่ คาวดั่งเดีมต้องสูญหายไป วย่างที่ไม่มีรู้ต้นปลาย สาเหตุได้ เราทุกคนควรพร้วมใจกันรักษาไว้ให้ถีงลูกหลาน ในรุ่นต่อๆไป
วันอังคารที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2554
ระบบ webservice การทำ passsport ออนไลน์ สมมติในประเทศลาว
- ท่าน ก ต้องการทำ passsport มีขั้นตอนดังต่อไปนี้
- เมื่อเข้าไปในหน้า webpage เพื่อทำ passport จะมีให้เลือกว่าเป็น passsport ของราชการหรือบุคคลทั่วไป หลังจากนั้นระบบจะถามหาเลขที่บัญชีธนาคารและเลขที่บัตรประชาชน
- เมื่อบอกเลขรหัสบัญชีและเลขบัตรประชาชนเรียบร้อยแล้ว ระบบจะให้คุณกรอกประวัติและข้อมูลส่วนตัวพร้อมกับเอกสารประกอบอาจจะมีสำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชน ถ้าเป็นพนักงานรัฐก็จะมีใบรับรองจากที่ทำงานที่คุณทำงานอยู่
- เมื่อท่านกรอกเอกสารและไฟล์ต่างๆ แล้ว เมื่อส่งเข้าไปยังระบบก็จะมีการตรวจสอบข้อมูลและบันทึกเอาไว้
- จากนั้นระบบก็จะส่ง E-mail ไปยัง E-mail ของท่าน หรือโทรศัพท์มือถือว่าเอกสารของท่านส่งเรียบร้อยแล้ว พร้อมจะมีการหักค่าธรรมเนียมในการสัมภาษณ์โดยในการสัมภาษณ์แบบออนไลน์ในขณะนั้นเมื่อเข้าระบบสัมภาษณ์แล้วจะมีการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตัวจริง โดยผ่านทางหน้าเวบไซด์
- เมื่อสัมภาษณ์แล้วทางระบบจะส่ง E-mail ไปยัง E-mail ของท่านว่าผ่านหรือไม่
- หากผ่านจะบอกว่าคุณสามารถรับ passsport ได้วันใหนและระบบก็จะหักค่าทำ passsport ในบีญชีของคุณแล้วจากนั้นก็จะส่ง E-mail ไปยัง E-mail ของท่าน
- ไม่ผ่านระบบก็จะ E-mail ไปยัง E-mail ของท่าน ว่าท่านไม่ผ่านและก็บอกเหตุผลด้วยว่าเป็นเพราะเหตุใด และควรนำเอกสารใดมาเพิ่มเติมอีก
- เมื่อเข้าไปในหน้า webpage เพื่อทำ passport จะมีให้เลือกว่าเป็น passsport ของราชการหรือบุคคลทั่วไป หลังจากนั้นระบบจะถามหาเลขที่บัญชีธนาคารและเลขที่บัตรประชาชน
- เมื่อบอกเลขรหัสบัญชีและเลขบัตรประชาชนเรียบร้อยแล้ว ระบบจะให้คุณกรอกประวัติและข้อมูลส่วนตัวพร้อมกับเอกสารประกอบอาจจะมีสำเนาทะเบียนบ้านและบัตรประชาชน ถ้าเป็นพนักงานรัฐก็จะมีใบรับรองจากที่ทำงานที่คุณทำงานอยู่
- เมื่อท่านกรอกเอกสารและไฟล์ต่างๆ แล้ว เมื่อส่งเข้าไปยังระบบก็จะมีการตรวจสอบข้อมูลและบันทึกเอาไว้
- จากนั้นระบบก็จะส่ง E-mail ไปยัง E-mail ของท่าน หรือโทรศัพท์มือถือว่าเอกสารของท่านส่งเรียบร้อยแล้ว พร้อมจะมีการหักค่าธรรมเนียมในการสัมภาษณ์โดยในการสัมภาษณ์แบบออนไลน์ในขณะนั้นเมื่อเข้าระบบสัมภาษณ์แล้วจะมีการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตัวจริง โดยผ่านทางหน้าเวบไซด์
- เมื่อสัมภาษณ์แล้วทางระบบจะส่ง E-mail ไปยัง E-mail ของท่านว่าผ่านหรือไม่
- หากผ่านจะบอกว่าคุณสามารถรับ passsport ได้วันใหนและระบบก็จะหักค่าทำ passsport ในบีญชีของคุณแล้วจากนั้นก็จะส่ง E-mail ไปยัง E-mail ของท่าน
- ไม่ผ่านระบบก็จะ E-mail ไปยัง E-mail ของท่าน ว่าท่านไม่ผ่านและก็บอกเหตุผลด้วยว่าเป็นเพราะเหตุใด และควรนำเอกสารใดมาเพิ่มเติมอีก
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



